เรื่อง
ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พุทธศักราช 2548
![]()
เพื่อให้การศึกษาขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.
2541 และโดยมติสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่1/2548 เมื่อวันที่ 17มกราคม พ.ศ.2548 จึงให้วางข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พุทธศักราช 2548
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ใช้บังคับตั้งแต่ภาคต้นปีการศึกษา 2548 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษา ขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พุทธศักราช 2521 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2521 และ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้
มหาวิทยาลัย หมายความว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อธิการบดี หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณบดี หมายความว่า คณบดีคณะที่นิสิตสังกัด
นิสิต หมายความว่า นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
งานทะเบียนนิสิต หมายความว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบงานทะเบียน
นิสิตในระดับวิทยาเขต
ข้อ 5 ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
หมวด 1 การรับเข้าศึกษาและระบบการศึกษา
|
ข้อ 6 การรับเข้าเป็นนิสิต
7.1
สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
7.2
ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล
เว้นแต่ในกรณีที่โทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
7.3
ไม่เคยเป็นผู้มีความประพฤติเสียหาย
7.4
ไม่เป็นคนวิกลจริต
และไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคอื่นซึ่งสังคม รังเกียจ
7.5
ไม่เคยถูกคัดชื่อออกจากสถานศึกษาเพราะมีความผิดทางวินัย
ข้อ 8 ระบบการศึกษา
8.1
ปีการศึกษาหนึ่ง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา (semester) คือ ภาคต้น และภาคปลาย และอาจมีภาคฤดูร้อน (summer session)
ต่อจากภาคปลายอีก 1 ภาคก็ได้ ภาคการศึกษาหนึ่ง ๆ
มีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์
ส่วนภาคฤดูร้อนมีระยะเวลาการศึกษาประมาณ 6 สัปดาห์
ทั้งนี้ต้องมีชั่วโมงเรียนของแต่ละรายวิชาเท่ากับชั่วโมงเรียนในภาคการศึกษาปกติ
การจัดภาคการศึกษาที่แตกต่างไปจากนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณบดี
8.2
การศึกษาใช้ระบบหน่วยกิต
โดยหนึ่งหน่วยกิตเทียบเท่ากับการบรรยาย
หรือการอภิปรายสัปดาห์ละ
1
ชั่วโมงต่อหนึ่งภาคการศึกษาปกติ หรือเทียบเท่ากับการปฏิบัติการสัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมงต่อหนึ่งภาคการศึกษาปกติ
8.3
การสอน บรรยาย อภิปราย หรือปฏิบัติการ ให้ใช้เวลาสอนหรือ
อภิปราย 50 นาที ต่อ
1 ชั่วโมง
ข้อ 9 การลงทะเบียนเรียน
9.1 กำหนดการลงทะเบียนเรียน
วิธีการลงทะเบียนเรียน ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดในแต่ละภาคการศึกษา
9.2
การลงทะเบียนเรียน
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
และเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตรและข้อกำหนดของคณะที่นิสิตสังกัด
9.3
การลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษาปกติ นิสิตจะต้องลงทะเบียนเรียนไม่ต่ำกว่า 9 หน่วยกิต
แต่ไม่เกิน 22 หน่วยกิต
ส่วนในการศึกษาภาคฤดูร้อน
ลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 7 หน่วยกิต ยกเว้น
ในกรณีที่แผนการศึกษาของหลักสูตรนั้นได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ให้ปฏิบัติตามแผนการศึกษาที่กำหนดไว้
หรือเป็นนิสิตภาคการศึกษาสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษา และมีจำนวนหน่วยกิตคงเหลือที่จะลงทะเบียนเรียนต่ำกว่า 9 หน่วยกิต ให้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้อนุมัติ
กรณีที่นิสิตมีความจำเป็นต้องลงทะเบียนเรียนโดยมีจำนวนหน่วยกิตรวมแตกต่างไปจากนี้
ให้เป็นอำนาจของคณบดีเจ้าสังกัดในการอนุมัติ
9.4
นิสิตอาจลงทะเบียนเรียนล่าช้ากว่ากำหนดของมหาวิทยาลัยได้
โดยกระทำได้ภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาปกติ ส่วนใน
ภาคฤดูร้อนให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
หากพ้นกำหนดการลงทะเบียนล่าช้าแล้วจะต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีเจ้าสังกัด
9.5
นิสิตจะต้องตรวจสอบสถานภาพของตนเองก่อนการลงทะเบียนเรียนทุกครั้ง
นิสิตที่มีหนี้สินกับทางมหาวิทยาลัยหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยที่ประกาศไว้ จะไม่มีสิทธิลงทะเบียนเรียน
9.6
นิสิตที่ไม่มีสิทธิในการลงทะเบียนเรียน
แต่ได้ลงทะเบียนเรียนและชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว จะไม่มีสิทธิขอค่าธรรมเนียมการศึกษานั้น ๆ
คืน
9.7
รายวิชาที่มีนิสิตลงทะเบียนเรียนน้อยกว่า 6 คน คณบดีเจ้าสังกัด
รายวิชามีอำนาจในการสั่งปิดการสอนในรายวิชานั้น ๆ ได้ โดยคืนค่าหน่วยกิตยกเว้นกรณีชำระเงินค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย
ไม่มีการจ่ายเพิ่มหรือถอนคืน
9.8
การเทียบชั้นเรียนของนิสิต ให้ถือเกณฑ์ดังนี้
9.8.1 สอบไล่ได้ 1-34 หน่วยกิต ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1
9.8.2 สอบไล่ได้ 35 หน่วยกิตขึ้นไป ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2
9.8.3 สอบไล่ได้ 69 หน่วยกิตขึ้นไป ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3
9.8.4 สอบไล่ได้ 103 หน่วยกิตขึ้นไป ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4
9.8.5 สอบไล่ได้ 137 หน่วยกิตขึ้นไป ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 5
9.8.6 สอบไล่ได้ 171 หน่วยกิตขึ้นไป ให้เทียบเป็นนิสิตชั้นปีที่ 6
ข้อ 10 การขอเพิ่ม
ขอลด
ขอถอนรายวิชา และการเรียนรายวิชาที่มีวิชาบังคับก่อน
10.1
การขอเพิ่ม
ขอลด
หรือการเปลี่ยนแปลงรายวิชาเรียน
หมู่เรียน
จะกระทำได้ภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาปกติ ส่วนภาคฤดูร้อน
ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน
โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
10.2
การขอถอนรายวิชาบางรายวิชา ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเปิด
ภาคการศึกษาภาคปกติ จะไม่บันทึกอักษร W (withdrawn) หากขอถอนวิชาเรียนบางรายวิชาหลังจาก
30 วัน นับตั้งแต่วันเปิดภาคการศึกษาภาคปกติ จะบันทึกอักษร W ในรายวิชานั้น ๆ ส่วนการศึกษาภาคฤดูร้อน ไม่มีการบันทึกอักษร W
10.3
นิสิตมีสิทธิที่จะของดเรียนบางรายวิชาได้ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่
วันเปิดภาคเรียน
หรือภายในกำหนดในปฏิทินการศึกษาของแต่ละ ปีการศึกษา แต่จำนวนหน่วยกิตที่คงเหลือจะต้องไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
หากมีความจำเป็นต้องงดเรียนหลังจาก
60 วัน
นับตั้งแต่วันเปิดภาคการศึกษา
หรือเมื่องดเรียนแล้ว จำนวนหน่วยกิตคงเหลือน้อยกว่า 9 หน่วยกิต
จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณบดีเจ้าสังกัดทั้งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันสอบไล่ของภาคการศึกษานั้นๆ
10.4
ในการขอเปลี่ยนรายวิชาลงทะเบียนเรียนทุกครั้ง นิสิตจะต้องชำระเงิน
ค่าลงทะเบียนเรียนเพิ่ม ถ้ารายวิชาที่ขอเปลี่ยนมีจำนวนเงินค่าลงทะเบียนเรียนรวมกันมากกว่าผลรวมของจำนวนเงินค่าลงทะเบียนเรียนของรายวิชาเดิม
เว้นแต่ได้ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาระบบเหมาจ่ายไว้แล้วไม่ต้องชำระเงินเพิ่มในกรณีเพิ่มรายวิชา
และไม่สามารถถอนเงินคืนได้กรณีของดเรียน
10.5
การลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่มีวิชาบังคับก่อน (prerequisite)
มีหลักเกณฑ์ดังนี้
10.5.1 การลงทะเบียนเรียนรายวิชาหนึ่งรายวิชาใดที่มีวิชาบังคับก่อน นิสิตจะต้องสอบได้วิชาบังคับก่อน
มิฉะนั้นให้ถือว่าการลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้น ๆ เป็นโมฆะ การผ่อนผันไม่ให้เป็นโมฆะ จะต้องได้รับอนุมัติจากรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการก่อนการลงทะเบียนเรียน
และจะต้องเป็นนิสิตปีสุดท้ายของหลักสูตรที่จะจบการศึกษาในปีการศึกษานั้น
10.5.2
นิสิตอาจลงทะเบียนเรียนวิชาต่อเนื่องควบคู่กับรายวิชาบังคับก่อนที่เคยสอบตก (ได้
F) มาแล้ว โดยความเห็นชอบ ของอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งนี้
ผลการเรียนของวิชาต่อเนื่องจะไม่เป็นโมฆะไม่ว่าผลการเรียนของวิชาบังคับก่อนจะสอบได้หรือสอบตก
แต่จะนำผลการเรียนของวิชาต่อเนื่องและวิชาบังคับก่อนมาคำนวณแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสมตามปกติ
10.5.3
นิสิตที่ลงทะเบียนเรียนวิชาต่อเนื่องควบคู่กับวิชาบังคับก่อน หากงดเรียนวิชาบังคับก่อน จะต้องงดเรียนวิชาต่อเนื่องใน คราวเดียวกันด้วย หากไม่งดเรียนวิชาต่อเนื่อง
จะถือว่าการลงทะเบียนเรียนวิชาต่อเนื่องนั้นเป็นโมฆะ
เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากคณบดี
หมวด 2 ค่าธรรมเนียมการศึกษา
|
ข้อ 11 ค่าธรรมเนียมการศึกษาและการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา
11.1
อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย โดยอนุมัติของที่ประชุมคณบดี
11.2
นิสิตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา ตามวิธี ตามขั้นตอน และตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด การผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียม
การศึกษาให้เป็นอำนาจของคณบดีเจ้าสังกัด โดยผ่อนผันได้ไม่เกิน 1 ภาคการศึกษา
การยกเว้นไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา
ให้เป็นอำนาจของอธิการบดี
11.3
นิสิตมีสิทธิที่จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาประเภทต่าง
ๆ โดยให้จัดทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยในแต่ประเภทที่จะได้รับการยกเว้น
หมวด 3 ระเบียบการศึกษา
|
ข้อ 12 ระเบียบการเรียน การสอบ
12.1
ระเบียบการเรียน
12.1.1 นิสิตจะต้องลงทะเบียนเรียนติดต่อกันทุกภาคการศึกษาปกติ
การลาพักการศึกษาจะต้องปฏิบัติตามระเบียบการลาพักการศึกษา
12.1.2
นิสิตจะต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน
ทั้งหมดของรายวิชานั้นจึงจะมีสิทธิเข้าสอบไล่วิชานั้น
ๆ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอาจารย์ประจำวิชานั้น ๆ
12.2 ประเภทการลงทะเบียนเรียน
12.2.1
การลงทะเบียนเรียนประเภท Credit
(C) เป็นการลงทะเบียน
รายวิชาตามหลักสูตร จะมีการรายงานผลการเรียนตามข้อ 13.2.1 และนำผลการเรียนมาคิดแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม
12.2.2
การลงทะเบียนเรียนประเภท Audit
(A) เป็นการลงทะเบียน
เรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ จะรายงานผลการเรียนเป็น S หรือ U โดยไม่นับหน่วยกิตในหลักสูตร
และไม่ต้องเรียนซ้ำเมื่อได้รับผลการเรียนเป็น U การวัดผลผู้ลงทะเบียนเรียนประเภท Audit ให้อยู่ในดุลพินิจของอาจารย์ประจำวิชา
12.3 ระเบียบการสอบ
12.3.1
การสอบแบ่งเป็น
3 ประเภทคือ การสอบย่อย การสอบกลางภาค และการสอบไล่
12.3.2
การกำหนดจำนวนครั้ง วิธีการสอบ ให้อยู่ในดุลพินิจของอาจารย์ประจำวิชา
12.3.3
ระเบียบการสอบ
ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
12.3.4
นิสิตที่ไม่ได้เข้าสอบตามกำหนดโดยมีเหตุผลความจำเป็น
จะต้องยื่นขอสอบชดใช้ต่ออาจารย์ประจำวิชาภายใน 7 วัน
นับตั้งแต่วันสอบวิชานั้น
และให้สอบให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นับตั้งแต่วันสอบตามปกติของวิชานั้น หากพ้นกำหนดให้ถือว่าขาดสอบ กรณีที่มีความจำเป็นต้องสอบเกิน 30 วัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของอาจารย์ประจำวิชา
12.3.5
นิสิตที่ทุจริตในการสอบ ให้ถือว่าสอบตก (ได้ F) ในวิชานั้นและถือว่าผิดวินัยนิสิต จะต้องได้รับการพิจารณาโทษตามระเบียบของมหาวิทยาลัยและอาจารย์ประจำวิชามีสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้นิสิตถอนการลงทะเบียนเรียนวิชานั้นได้
ข้อ 13 ผลการเรียน
13.1
ผลการเรียนเป็นสิ่งที่แสดงความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ซึ่งสามารถวัดได้จากการสอบข้อเขียนและหรือการปฏิบัติงาน และหรือผลงานอื่น
ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำวิชา
แล้วประเมินเป็นระดับคะแนน
การรายงานผลการเรียนให้รายงานทั้งระดับคะแนน และแต้มระดับคะแนน
13.2
ระดับคะแนน
เทียบเป็นแต้มระดับคะแนน
ดังนี้
13.2.1 ระดับคะแนนที่มีแต้มระดับคะแนน
ระดับคะแนน A แต้มระดับคะแนน
4.0
ระดับคะแนน B+ แต้มระดับคะแนน
3.5
ระดับคะแนน B แต้มระดับคะแนน
3.0
ระดับคะแนน C+ แต้มระดับคะแนน
2.5
ระดับคะแนน C แต้มระดับคะแนน
2.0
ระดับคะแนน D+ แต้มระดับคะแนน
1.5
ระดับคะแนน D แต้มระดับคะแนน
1.0
ระดับคะแนน F แต้มระดับคะแนน
0
13.2.2 ระดับคะแนนที่ไม่มีแต้มระดับคะแนน
I ยังไม่สมบูรณ์ (incomplete)
S พอใจ (satisfactory)
U ยังไม่พอใจ (unsatisfactory)
N ยังไม่ทราบระดับคะแนน (grade not
reported)
P ผ่าน (passed)
NP ไม่ผ่าน (not passed)
ระดับคะแนน S และ U ใช้สำหรับรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนเรียน
ประเภท Audit
ระดับคะแนน N หน่วยงานทะเบียนนิสิตเป็นผู้ใช้และให้ใช้ระดับคะแนนนี้เฉพาะกรณีที่ยังไม่ได้รับรายงานผลการเรียน
ระดับคะแนน P ใช้สำหรับรายวิชาที่ไม่นำค่าของหน่วยกิตมาคำนวณแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม และการฝึกงานที่ไม่มีหน่วยกิตหรือรายวิชาที่มีการเทียบโอนจากการลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบัน
ระดับคะแนน I ใช้เฉพาะกรณีที่นิสิตมีงานบางส่วนในวิชานั้นยังไม่สมบูรณ์ แต่มีผลการเรียนอย่างอื่น
ๆ ของวิชานั้นตลอดของภาคการศึกษาเป็นที่พอใจของอาจารย์ผู้สอน
13.3
ระดับคะแนนต่าง ๆ มีความหมายดังนี้
A = ดีเยี่ยม (excellent)
B+ = ดีมาก (very good)
B = ดี (good)
C+ = ค่อนข้างดี (above average)
C = พอใช้ (average)
D+ = อ่อน (below average)
D = อ่อนมาก (poor)
F = ตก (fail)
13.4
การแก้ไขระดับคะแนน I จะต้องกระทำให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นภาคการศึกษาปกติถัดไป หากไม่ปฏิบัติตามนี้ ให้ถือว่านิสิตผู้นั้นสอบตก (ได้ F) รายวิชานั้นโดยอัตโนมัติ
การผ่อนผันจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ประจำวิชาและโดยอนุมัติของคณบดีเจ้าสังกัดรายวิชานั้น
13.5
การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
13.5.1 การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมของนิสิต
ให้คิดจากแต้มระดับคะแนนทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนเรียน ทั้งรายวิชาที่สอบได้
และรายวิชาที่สอบตก
13.5.2
การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมของนิสิตที่ย้ายสาขาวิชาเอก ย้ายหลักสูตร ย้ายคณะ
ให้คิดแต้มระดับคะแนนของทุกรายวิชาที่มีปรากฏในหลักสูตรสาขาวิชาเอกที่รับเข้า
ไม่ว่าจะเป็นรายวิชาที่เทียบให้หรือไม่ก็ตาม
ส่วนรายวิชาที่ไม่ ปรากฏในหลักสูตรสาขาวิชาเอกที่รับเข้า
ไม่ว่านิสิตจะเรียนได้แต้มระดับคะแนนอย่างไรจะไม่นำมาคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
13.5.3
การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมของนิสิต
ที่โอนมาจากสถานศึกษาอื่นและนิสิตที่จบอนุปริญญาหรือเทียบเท่า
และได้รับอนุมัติให้เข้าศึกษาต่อให้คิดเฉพาะแต้มระดับคะแนนของรายวิชาที่เรียนใหม่เท่านั้น
13.5.4
การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม เพื่อพิจารณาสถานภาพทางการศึกษาของนิสิตตามเกณฑ์ในข้อ 25.4.10 และ 25.4.11 นั้น
ให้คิดปีละสองครั้งคือเมื่อสิ้นสุดการศึกษา ภาคต้นและภาคปลาย ส่วนผลการศึกษาในภาคฤดูร้อน
ให้นำไปนับรวมกับผลการศึกษาภาคต้นถัดไป เว้นแต่กรณี
ผู้จบการศึกษาในภาคฤดูร้อน
13.6 ภาควิชาและคณะ
จะระงับการประกาศหรือการคัดผลการเรียนให้แก่นิสิต
หากนิสิตค้างชำระหนี้สินในภาควิชาและในคณะนั้น ๆ
13.7 มหาวิทยาลัยจะระงับการออกใบแสดงผลการศึกษาและใบรับรองใด
ๆ ให้แก่นิสิต หากนิสิตค้างชำระหนี้สินภายใน
หรือภายนอกมหาวิทยาลัย
ที่มหาวิทยาลัยรับทราบ
ถึงแม้จะได้มีการประกาศผลการเรียนไปแล้วก็ตาม
ข้อ 14 การเรียนในภาคฤดูร้อน
ให้เป็นตามระเบียบของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน
ข้อ 15 การฝึกงาน
15.1
นิสิตจะต้องรับการฝึกงานตามที่ระบุไว้ในหลักสูตร
ถ้าผู้ใดปฏิบัติงานไม่ครบถ้วนให้ถือว่าการศึกษายังไม่สมบูรณ์ตามความต้องการแห่งหลักสูตรของคณะนั้น
15.2
ในระหว่างการฝึกงาน
นิสิตจะต้องประพฤติตนและปฏิบัติงานตามระเบียบวินัยทุกประการ หากฝ่าฝืน ผู้ควบคุมซึ่งเป็นอาจารย์หรือบุคคลจากภายนอกอาจพิจารณาส่งตัวกลับ และให้ถือว่าการฝึกงานนั้นไม่สมบูรณ์
ข้อ 16 การย้ายคณะและการเปลี่ยนสาขาวิชาเอก
16.1
ระเบียบเกี่ยวกับการย้ายคณะ
16.1.1 ผู้ที่พ้นสภาพนิสิต ไม่มีสิทธิย้ายคณะ
16.1.2
การย้ายคณะจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ปกครอง อาจารย์ที่ปรึกษา คณบดีเจ้าสังกัดเดิม และคณะกรรมการประจำคณะที่นิสิตขอย้ายเข้า
16.1.3
นิสิตจะขอย้ายคณะได้ ต่อเมื่อได้เรียนตามหลักสูตรในคณะเดิมมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองภาคการศึกษาปกติ
16.1.4
นิสิตที่ย้ายคณะจะต้องมีเวลาศึกษาอยู่ในคณะที่ตนย้ายเข้าอย่างน้อยสี่ภาคการศึกษาปกติก่อนจบการศึกษาจึงจะมีสิทธิขอรับปริญญาหรืออนุปริญญา ทั้งนี้ยกเว้นนิสิตที่ย้ายหลักสูตรภายในคณะเดิม โดยไม่เปลี่ยนสาขาวิชาเอก และนิสิตที่กลับเข้าศึกษาในคณะเดิมแล้วย้ายไปศึกษาในคณะอื่นและย้ายกลับไปศึกษาในคณะเดิมอีกคำรบหนึ่ง
โดยไม่เปลี่ยนสาขาวิชาเอกที่เคยเรียนอยู่แต่เดิมในคณะเดิมนั้น
16.1.5
นิสิตจะขอย้ายเรียนจากหลักสูตรเดิม ไปเรียนหลักสูตรใหม่ในคณะเดียวกันได้ โดยความเห็นชอบของหัวหน้าภาควิชาเจ้าสังกัดและได้รับอนุมัติโดยคณบดีเจ้าสังกัด
16.2 ระเบียบเกี่ยวกับการย้ายสาขาวิชาเอกในคณะเดิม
16.2.1
การย้ายสาขาวิชาเอกจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชาเจ้าสังกัดสาขาวิชาเอกเดิม หัวหน้าภาควิชาเจ้าสังกัดสาขาวิชาเอกใหม่
และคณะกรรมการประจำคณะ
16.2.2
นิสิตที่ย้ายสาขาวิชาเอก
จะต้องมีเวลาศึกษาอยู่ในภาควิชาที่นิสิตย้ายเข้าไม่ต่ำกว่าสองภาคการศึกษาปกติก่อนจบการศึกษา จึงจะมีสิทธิรับปริญญาหรืออนุปริญญา
ข้อ 17 การรับโอน
17.1 มหาวิทยาลัยจะพิจารณารับโอนเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
17.1.1
มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 7
17.1.2
เป็นนิสิตนักศึกษาจากสถานศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับรอง
17.1.3
สอบได้ครบถ้วนทุกรายวิชาตามหลักสูตรชั้นปีที่หนึ่ง ของสถานศึกษาเดิมเป็นอย่างต่ำ
17.1.4
มีแต้มระดับคะแนนะเฉลี่ยสะสมนับถึงภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนการขอโอนไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือเทียบเท่า
17.2 การพิจารณารับโอนให้อยู่ในดุลพินิจของคณบดีคณะที่จะรับโอน
และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำคณะ
17.3 นิสิตรับโอน
จะต้องมีเวลาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยไม่น้อยกว่าสี่ภาคการศึกษาปกติแต่ไม่เกินสองเท่าของจำนวนภาคการศึกษาปกติที่จำเป็นต้องศึกษาเพื่อให้ได้หน่วยกิตที่คงเหลือจนครบถ้วน
มิฉะนั้นจะหมดสภาพการเป็นนิสิต
ในการนี้ให้ถือว่าสิบแปดหน่วยกิตเทียบเท่ากับหนึ่งภาคการศึกษาปกติ และเศษที่เกินเก้าหน่วยกิตเทียบเป็นหนึ่งภาคการศึกษาปกติ
ข้อ 18 การรับเข้าศึกษาต่อ
18.1
มหาวิทยาลัยจะพิจารณา แต่เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าเป็นอย่างต่ำจากสถานศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับรองเท่านั้น โดยที่ผู้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 7
18.2
การรับเข้าศึกษาในกรณีอื่น ๆ ให้ใช้หลักเกณฑ์โดยอนุโลมตามข้อ 17 ยกเว้นข้อ 17.3
18.3
ระยะเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย จะต้องไม่เกินสองเท่าของจำนวนภาคการศึกษาปกติที่จำเป็นต้องศึกษา เพื่อให้ได้หน่วยกิตที่ต้องเรียนจนครบถ้วน การเทียบจำนวนหน่วยกิตเป็นจำนวนภาคการศึกษาปกติให้ถือเกณฑ์ในข้อ 17.3
ข้อ 19 เกณฑ์การเทียบรายวิชา
19.1
นิสิตที่สอบคัดเลือกเข้ามาใหม่ ไม่มีสิทธิเทียบรายวิชา ยกเว้นนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่พ้นสภาพนิสิตเนื่องจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.5 หรือ ต่ำกว่า 1.75
เป็นเวลา 2 ครั้งติดต่อกัน
จึงจะมีสิทธิขอเทียบรายวิชา
หรือเป็นนิสิตในโครงการใด ๆ
ที่ได้กำหนดไว้ในโครงการว่าสามารถ
ขอเทียบรายวิชาได้ จึงจะมีสิทธิขอเทียบรายวิชา
19.2
การเทียบรายวิชาสำหรับนิสิตที่ย้ายคณะ ย้ายหลักสูตร หรือย้ายสาขา
วิชาเอก
เทียบให้เฉพาะรายวิชาที่ปรากฏอยู่ในหลักสูตรของคณะ สาขาวิชาเอกที่รับเข้า
กรณีที่รายวิชานั้นคณะหรือสาขาวิชาเอกถือว่าเป็นรายวิชาเอก วิชาเฉพาะ จะเทียบให้เฉพาะรายวิชาที่ได้ระดับคะแนนตั้งแต่ C หรือ 2.0 ขึ้นไป
19.3
นิสิตที่รับโอนมาจากสถานศึกษาอื่น มีเกณฑ์การเทียบรายวิชาดังนี้
19.3.1 เป็นรายวิชาที่เทียบได้กับรายวิชาในหลักสูตรของคณะที่รับเข้า
19.3.2
ได้ระดับคะแนนตั้งแต่ C หรือ 2.0 ขึ้นไป
19.3.3
เทียบได้ไม่เกินกึ่งหนึ่งของหน่วยกิตรวมตามหลักสูตรของคณะที่รับเข้า
19.4 นิสิตที่ได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยเข้าศึกษาต่อตามนโยบาย หรือข้อตกลงมีสิทธิเทียบรายวิชาได้โดยอนุโลมตามข้อ 19.3 หรือ
19.6 แล้วแต่คุณวุฒิ
19.5 การเทียบรายวิชาให้อยู่ในดุลพินิจของภาควิชาเจ้าของรายวิชา และโดยอนุมัติของคณบดีเจ้าสังกัด
19.6
การเทียบรายวิชา
สำหรับนิสิตที่ได้รับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า
19.6.1 เป็นรายวิชาที่ปรากฏในหลักสูตรของคณะที่รับเข้า
19.6.2
เทียบได้ไม่เกินสองในสามของหน่วยกิตรวมตามหลักสูตรของคณะที่รับเข้า
19.7 การเทียบรายวิชาในลักษณะเทียบเป็นกลุ่มวิชา การเทียบโอนจากประสบการณ์
การเทียบโอนจากการศึกษานอกระบบและการเทียบโอน
จากระบบการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
19.8 นิสิตที่มีสิทธิขอเทียบรายวิชาเรียน เพื่อยกเว้นไม่ต้องเรียน
ให้ดำเนินการขอเทียบรายวิชาเรียนต่อคณบดีเจ้าสังกัด และส่งหลักฐานการขออนุมัติ
ถึงหน่วยงานทะเบียนนิสิตภายในภาคการศึกษาปกติแรกที่นิสิตย้ายคณะ ย้ายสาขาวิชาเอก ได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาหรือโอนมาจาก
สถานศึกษาอื่น
หากพ้นกำหนดนี้
สิทธิที่จะขอเทียบรายวิชาเป็นอันหมดไป
กรณีที่มีความจำเป็นไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด
ให้อยู่ในอำนาจของคณบดีในการพิจารณาอนุมัติ
ข้อ 20 การเรียนเพื่อเปลี่ยนแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
20.1
รายวิชาที่จะขอเรียนเพื่อเปลี่ยนแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
ถ้าเป็นการเรียนซ้ำจะต้องเป็นรายวิชาที่ได้แต้มระดับคะแนนต่ำกว่า 2.0 ถ้าเป็นรายวิชาอื่น
จะต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีเจ้าสังกัดของนิสิต
20.2
การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมจะต้องคิดทั้งคะแนนเดิม และคะแนนใหม่สำหรับรายวิชาที่เรียนซ้ำ
20.3
ในแต่ละภาคการศึกษา
นิสิตจะลงทะเบียนเรียนซ้ำได้โดยต้องเรียนรายวิชาอื่น ๆ
ในหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 9 หน่วยกิต ยกเว้นในกรณีที่นิสิต
เรียนครบหน่วยกิตตามหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว แต่ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ถึงเกณฑ์
ก็อาจเรียนซ้ำเฉพาะวิชาที่จะเรียนเพื่อยกระดับคะแนนได้
20.4
การเรียนซ้ำต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทุกรายวิชา
ข้อ 21 การลงทะเบียนเรียนข้ามสถานศึกษา
21.1
นิสิตอาจลงทะเบียนเรียนข้ามสถานศึกษาได้ในแต่ละภาคการศึกษา
หากเป็นการลงทะเบียนเรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประเภท Audit
21.2
นิสิตที่ประสงค์จะลงทะเบียนเรียนข้ามสถานศึกษาเพื่อนับหน่วยกิตในหลักสูตรจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
21.2.1 เป็นนิสิตที่อยู่ในโครงการของหลักสูตรที่จัดให้มีการเรียนการสอนร่วมระหว่างสถาบัน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเจ้าของหลักสูตร
21.2.2
เป็นนิสิตปีสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษา
แต่รายวิชาที่จะเรียนไม่เปิดสอนในภาคการศึกษานั้น ๆ
21.2.3
รายวิชาที่จะลงทะเบียนเรียนในสถาบันอื่น จะต้องเทียบได้กับรายวิชาตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
การเทียบให้อยู่ในดุลพินิจของภาควิชาและคณะเจ้าของวิชา โดยถือเกณฑ์ เนื้อหาและจำนวนหน่วยกิตเป็นหลัก
ส่วนการอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันให้เป็นอำนาจของคณบดีเจ้าสังกัดนิสิต
21.3 ผลการเรียนจากสถาบันอื่นที่ไปศึกษา ให้บันทึกเป็น P หรือ NP เท่านั้น และไม่นำไปคิดแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม เว้นแต่เป็นการ
ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่อยู่ในหลักสูตรที่จัดร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถาบันนั้น
ๆ ให้บันทึกผลการเรียนตามข้อ 13.2.1
และนำคำนวณแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสมได้
21.4 การผ่อนผันเงื่อนไขตามข้อ 21.2 จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณบดีเจ้าสังกัด และอนุมัติโดยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
ข้อ 22 การลา
22.1
การลาป่วย ลากิจ ที่ไม่เกิน 15 วัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของอาจารย์ที่ปรึกษาในการอนุมัติ หากเกินจากนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชาและอนุมัติจากคณบดีเจ้าสังกัด
22.2
นิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาแล้ว มีสิทธิได้รับผ่อนผันด้านการสอบ การนับเวลาเรียน และสิทธิอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน การสอบ
ข้อ 23 การลาพักการศึกษา
23.1
นิสิตอาจยื่นคำร้องขอลาพักการศึกษาได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง
โดยคณบดีเป็นผู้อนุมัติ ดังต่อไปนี้
23.1.1 ถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหาร
23.1.2 ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนิสิตระหว่างประเทศหรือทุนอื่นใดซึ่ง มหาวิทยาลัยเห็นสมควรสนับสนุน
23.1.3 ประสบอุบัติเหตุ ภยันตราย หรือเจ็บป่วย จนไม่สามารถศึกษาต่อไปให้ได้ผลดีได้
23.2
เมื่อมีเหตุผลอันควรนอกเหนือไปจากข้อ 23.1 ให้เป็นอำนาจของคณบดีเจ้าสังกัด
23.3
การลาพักการศึกษา กระทำได้ครั้งละไม่เกิน 2 ภาคการศึกษาติดต่อกันถ้าจำเป็นต้องลาพักการศึกษาต่อ ให้ยื่นคำร้องใหม่ การลาพักการศึกษา
ทุกครั้งต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
23.4
นิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมการรักษาสถานภาพนิสิต
ข้อ 24 การลาออก
การลาออกจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และอนุมัติโดยคณบดีเจ้าสังกัด
หมวด 4 สถานภาพนิสิต
|
ข้อ 25 สถานภาพนิสิต
25.1
ผู้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการศึกษาขั้นปริญญาตรี ของ
มหาวิทยาลัย โดยถูกต้องสมบูรณ์ ถือว่ามีสถานภาพนิสิต
การกำหนดชั้นปีของนิสิตให้เป็นไปตามเกณฑ์ในข้อ 9.8
25.2
นิสิตปกติ
คือนิสิตที่สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
25.3
นิสิตรอพินิจ
คือ
นิสิตที่สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00
25.4
สถานภาพนิสิตจะสิ้นสุดลงด้วย
25.4.1 ถึงแก่กรรม
25.4.2
ลาออก
25.4.3
ขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดในข้อ 7
25.4.4
เป็นนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งอื่นด้วย เว้นแต่สถานศึกษานั้นเป็นมหาวิทยาลัยเปิด
25.4.5
ได้รับอนุมัติอนุปริญญาหรือปริญญาจากสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว
เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิการบดีให้เข้าศึกษาต่อ
25.4.6
ไม่ลงทะเบียนเรียนให้เสร็จสิ้นภายในสามสัปดาห์ นับแต่วันเปิดภาคเรียน
เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากคณบดีเจ้าสังกัดนิสิต
25.4.7
ไม่ลงทะเบียนเรียนหรือชำระเงินค่าธรรมเนียมการศึกษา
เพื่อรักษาสถานภาพนิสิตภายในสามสัปดาห์
นับแต่วันเปิดภาคเรียน
เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากคณบดีเจ้าสังกัดนิสิต
25.4.8
พักการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามระเบียบที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
25.4.9
ดำรงสถานภาพนิสิตครบกำหนดสองเท่าของจำนวนปีการศึกษาทั้งหมดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
หรือสองเท่าของจำนวนภาคการศึกษาปกติที่จำเป็นต้องศึกษา เพื่อให้ได้หน่วยกิตที่ต้องเรียนจบครบถ้วนตามหลักสูตรแต่ยังศึกษาไม่ครบตามความต้องการแห่งหลักสูตร การเทียบจำนวนหน่วยกิตเป็นจำนวนภาคการศึกษาปกติ ให้ถือตามเกณฑ์ในข้อ 17.3 การนับจำนวนภาคการศึกษา
ให้นับทั้งภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและภาคการศึกษาที่ลาพักการศึกษาด้วย
25.4.10
มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ยกเว้นนิสิตใหม่ที่เข้าศึกษาเป็นภาคแรก
25.4.11
มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.75 เป็นเวลาสองภาคการศึกษาปกติติดต่อกัน ทั้งนี้ ไม่นับภาคการศึกษาแรกของนิสิตใหม่
25.4.12
ถูกลงโทษทางวินัยให้ไล่ออกหรือให้ออก
25.4.13
ต้องโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
25.5
ผู้ที่มีสภาพภาพนิสิตจะมีบัตรประจำตัวนิสิตเป็นหลักฐาน เพื่อประกอบการใช้สิทธิต่าง ๆ ที่นิสิตพึงมีในมหาวิทยาลัย
|
หมวด 5 การเสนอให้รับปริญญาและรางวัลเรียนดี |
ข้อ 26 การขอรับและอนุมัติปริญญาหรืออนุปริญญา
26.1
นิสิตที่จะมีสิทธิขอรับปริญญา ต้องศึกษารายวิชาต่าง ๆ
ครบถ้วนตามความต้องการแห่งหลักสูตรและข้อกำหนดของภาควิชาและคณะ โดยมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป
และมีเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า 6 ภาคการศึกษาปกติ สำหรับหลักสูตร 4 ปี หรือไม่ต่ำกว่า 8 ภาคการศึกษาปกติสำหรับหลักสูตร 5 ปี และไม่ต่ำกว่า 10 ภาคการศึกษาปกติสำหรับหลักสูตร 6 ปี ทั้งนี้
ยกเว้นผู้ที่ได้รับการเทียบโอนรายวิชา
26.2
นิสิตจะต้องสอบได้ทุกรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไว้ จึงจะมีสิทธิขอรับปริญญาได้ กรณีที่สอบตก (ได้ F) ในรายวิชาที่เป็นวิชาเลือกเสรี
อาจเลือกเรียนรายวิชาอื่นทดแทนได้
โดยความเห็นชอบของอาจารย์ ที่ปรึกษา หัวหน้าภาควิชา และคณบดีเจ้าสังกัด
26.3
นิสิตที่เรียนครบตามหลักสูตร
และปฏิบัติครบตามข้อกำหนดและระเบียบแต่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 อาจขอรับอนุปริญญาได้
26.4
ให้นิสิตยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอรับปริญญา หรืออนุปริญญาต่ออาจารย์ที่ปรึกษาและคณบดีเจ้าสังกัดตามลำดับ ภายใน 30 วัน นับแต่
วันเปิดเรียนของภาคการศึกษาสุดท้าย ที่นิสิตคาดว่าจะสอบได้หน่วยกิตครบถ้วนตามหลักสูตร
คณบดีเป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อผู้สมควรได้รับ
ปริญญาหรืออนุปริญญา
26.5
นิสิตจะต้องชำระหนี้สินทั้งหมดที่มีต่อมหาวิทยาลัย ต่อคณะ หรือต่อภาควิชาให้เรียบร้อยเสร็จสิ้นก่อน จึงจะได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับ
ปริญญา หรืออนุปริญญา
26.6
นิสิตที่สมควรได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับปริญญาหรืออนุปริญญา
จะต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติที่ไม่ขัดต่อระเบียบของมหาวิทยาลัยและวินัยของนิสิต
26.7
สภามหาวิทยาลัย เป็นผู้พิจารณาอนุมัติปริญญาหรืออนุปริญญา
26.8
พิธีประสาทปริญญากำหนดปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ 27 การให้ปริญญาเกียรตินิยม
27.1
คุณสมบัติด้านการศึกษาของนิสิต ที่มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยม
27.1.1 ไม่เคยสอบตกในรายวิชาใดตลอดหลักสูตร
27.1.2
ไม่เคยเรียนซ้ำรายวิชาใดเพื่อเปลี่ยนแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
27.1.3
ไม่เคยเรียนซ้ำเพื่อนับหน่วยกิตในรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียน โดยไม่นับหน่วยกิต (Audit) มาก่อน
27.1.4
ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม 3.50 ขึ้นไป
สำหรับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม
3.25 ขึ้นไป สำหรับเกียรตินิยมอันดับสอง
27.1.5
เรียนจบภายในกำหนดเวลาไม่เกินจำนวนปีที่ระบุไว้ในหลักสูตร การนับระยะเวลาเรียนเป็นจำนวนปีนั้น นับเฉพาะเวลาที่ลงทะเบียนเรียน นิสิตที่ลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อนต่อจากภาคการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตร ไม่มีสิทธิได้รับเกียรตินิยม
27.1.6
นิสิตที่มีการเทียบรายวิชาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสิทธิได้รับเกียรตินิยม กรณีเทียบมาจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
ในกรณีรับโอนมีสิทธิได้รับเกียรตินิยม
หากรายวิชาที่ได้รับอนุมัติให้เทียบโอนนั้น มีผลการเรียนเฉลี่ยระดับเกียรตินิยมและมีคุณสมบัติครบตาม
ข้อ 27.1.1 ถึง 27.1.5 แต่จำนวนหน่วยกิตที่เทียบโอนนั้น ต้องไม่เกิน ร้อยละ 25 ของจำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร
27.2
นิสิตที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยม มีสิทธิประดับเครื่องหมายเกียรตินิยม
ข้อ 28 รางวัลการเรียนดี
นิสิตที่มีสิทธิได้รับรางวัลการเรียนดี
จะต้องมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยเฉพาะปีการศึกษานั้น 3.50 ขึ้นไป และสอบได้ทุกรายวิชา
ทั้งนี้ไม่นำผลการเรียนภาคฤดูร้อนมาคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยด้วย และนิสิตจะต้องลงทะเบียนเรียนในสองภาคการศึกษาปกติของปีการศึกษานั้นไม่น้อยกว่า 32 หน่วยกิต โดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตวิชาฝึกงาน
รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนนั้นต้องไม่เป็นรายวิชาที่เรียนซ้ำเพราะสอบตก
หรือเรียนซ้ำรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนโดยไม่นับหน่วยกิตมาก่อนแล้ว
นิสิตปีสุดท้ายของแต่ละหลักสูตรไม่อยู่ในข่ายของสิทธิได้รับรางวัลการเรียนดี
หมวด 6 ความประพฤติและวินัยนิสิต
|
ข้อ 29 ในบริเวณมหาวิทยาลัย
บริเวณมหาวิทยาลัย
หมายถึง
บริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัย สถานีและไร่ฝึกนิสิต และบริเวณที่ตั้งของคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งหอพักนิสิตและที่ตั้งหน่วยงานของมหาวิทยาลัย
ข้อ 30 วินัยนิสิต
30.1
นิสิตทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตนตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยทุกประการ และรักษาวินัยโดยเคร่งครัดเสมอ
การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
ในการสอบถือว่าผิดวินัยนิสิต
30.2
นิสิตทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักศีลธรรมและวัฒนธรรมของสังคมไทยในทุกโอกาส
30.3
นิสิตทุกคนมีหน้าที่รักษาชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย โดยละเว้นการประพฤติใด ๆ ที่นำมา
หรืออาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ตนเองและมหาวิทยาลัย
30.4
นิสิตมีหน้าที่รักษาความสามัคคีในหมู่คณะ และละเว้นความประพฤติใด ๆ
ซึ่งอาจนำมาซึ่งการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ
30.5
นิสิตต้องไม่เสพสุรา หรือสิ่งเสพติดอื่นใดในบริเวณมหาวิทยาลัย นิสิตจะไม่เสพสุราจนครองสติไม่อยู่ หรือเสพสิ่งเสพติดใด ๆ จนเป็นสาเหตุ
ให้เสื่อมเสียแก่ตนเอง บิดา มารดา ผู้ปกครอง และเกียรติคุณของมหาวิทยาลัย
30.6
นิสิตจะไม่พกอาวุธ
หรือวัตถุระเบิดเมื่ออยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย
30.7
นิสิตไม่ก่อเรื่องวิวาทกับนิสิตด้วยกัน หรือบุคคลอื่นภายใน หรือ ภายนอกบริเวณมหาวิทยาลัย
30.8
นิสิตไม่เล่นการพนันขันต่อไม่ว่าประเภทใดในบริเวณมหาวิทยาลัย
30.9
นิสิตไม่จัดสิ่งพิมพ์ สิ่งวาด หรือสิ่งเขียนอันอาจกระทบกระเทือนถึง ผู้อื่นออกโฆษณาเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัย
30.10 นิสิตไม่นำขนบธรรมเนียม หรือวิธีการอันไม่เหมาะสมมาปฏิบัติ ไม่ว่าในหรือนอกบริเวณมหาวิทยาลัย
30.11 นิสิตไม่จัดการประชุม ขอชุมนุมกิจกรรม โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัย
30.12 นิสิตไม่ทำลายทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
30.13 นิสิตไม่นำสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัย หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
30.14 นิสิตไม่ประพฤติตนเป็นอันธพาล
30.15 นิสิตต้องสามารถแสดงบัตรประจำตัวนิสิตได้ทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ขอตรวจสอบ
30.16 นิสิตมีหน้าที่แจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบทันที
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวหรือที่พักอาศัย
ข้อ 31 การลงโทษทางวินัย
31.1 การลงโทษนิสิตที่กระทำผิดทางวินัยมี 9 สถาน
31.1.1
ตักเตือนด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร แล้วแต่กรณี
31.1.2
ภาคทัณฑ์และทำทัณฑ์บน
31.1.3
ให้ชดใช้ค่าเสียหาย
31.1.4
ให้พักการศึกษามีกำหนดตั้งแต่ 1 ภาคการศึกษา ถึง 3 ปีการศึกษา แล้วแต่กรณี
31.1.5
ระงับการให้ปริญญาหรืออนุปริญญา มีกำหนดไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
31.1.6
ระงับการออกใบแสดงผลการศึกษา หรือใบรับรองใด ๆมีกำหนดไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
31.1.7
ระงับการออกปริญญาบัตรหรืออนุปริญญาบัตรมีกำหนดไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
31.1.8
ให้ออก
31.1.9
ไล่ออก
31.2 รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต
มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาหรือสอบสวนการกระทำผิดทางวินัยของนิสิตและเสนอตามควรแห่งความผิดต่ออธิการบดี
31.3 คณะต่าง ๆ
อาจวางระเบียบเพื่อส่งเสริมความมีวินัยของนิสิตตามควรแก่กรณี เช่น จัดให้มีระบบการให้คะแนนความประพฤติ ฯลฯ
31.4
เมื่อมีเหตุอันควรแก่การลดหย่อนการลงโทษทางวินัยในกรณีต่าง
ๆยกเว้นการทุจริตในการสอบ
ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจสั่งการได้ตามสมควร
31.5
ให้หน่วยงานทะเบียนนิสิตบันทึกการลงโทษไว้ในระเบียนประวัตินิสิตทุกครั้ง
หมวด 7 อาจารย์ที่ปรึกษา
|
ข้อ 32 สิทธิและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิต
32.1
อาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิต หมายถึง
อาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณบดีเพื่อให้ทำหน้าที่ควบคุมแนะนำ และให้คำปรึกษาด้านการเรียนและด้านอื่น
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของนิสิตในคณะ
32.2
อาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิต มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้
32.2.1 ให้คำแนะนำและทำแผนการเรียนของนิสิตร่วมกับนิสิต
ให้ถูกต้องตามหลักสูตรที่กำหนดไว้
32.2.2
ให้คำแนะนำในเรื่องระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการศึกษา
32.2.3
รับผิดชอบในการลงทะเบียนเรียน การเปลี่ยนรายวิชา การเพิ่มรายวิชา การงดเรียนบางรายวิชา และจำนวนหน่วยกิตต่อภาคการศึกษาของนิสิต
32.2.4
แนะนำวิธีเรียน
ให้คำปรึกษา
และติดตามผลการเรียนของนิสิต
32.2.5
พิจารณาคำร้องต่าง ๆ ของนิสิต และดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ
32.2.6
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความเป็นอยู่และการศึกษาของนิสิตในมหาวิทยาลัย
32.2.7
รับผิดชอบดูแลความประพฤติของนิสิต
ให้เป็นไปตามระเบียบวินัยที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้
ในกรณีที่นิสิตกระทำผิดวินัยให้อาจารย์ที่ปรึกษารายงานให้หัวหน้าภาควิชาและคณบดีทราบ
เพื่อพิจารณานำเสนอรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป
|
หมวด 8 บทเบ็ดเตล็ด |
ข้อ 33 ในข้อบังคับนี้ในกรณีใดที่มิได้กำหนดระเบียบปฏิบัติไว้ในข้อบังคับ ให้
อธิการบดีมีอำนาจสั่งปฏิบัติการตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้
ต้องไม่ขัดต่อเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นปริญญาตรีของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ข้อ 34 ในระหว่างที่ยังไม่ได้ออกประกาศ
ระเบียบ ข้อกำหนด
หรือหลักเกณฑ์ใดเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้นำประกาศ ระเบียบ ข้อกำหนด
หรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการศึกษาขั้นปริญญาตรีที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนหรือในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
จนกว่าจะได้มีการออกประกาศ ระเบียบ
ข้อกำหนด
หรือหลักเกณฑ์ตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ
วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2548
ลงนาม อำพล เสนาณรงค์
(นายอำพล
เสนาณรงค์)
นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
(สำเนา)
ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่อง
ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ฉบับที่ 2)
พุทธศักราช 2548
![]()
เพื่อให้การศึกษาขั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกตษรศาสตร์ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
16 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และโดยมติสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในการประชุมครั้งที่ 9/2548 เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2548 จึงให้วางข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อ
1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2548
ข้อ 2.
ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับสำหรับนิสิตที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2548
เป็นต้นไป
ข้อ.
3 ให้ยกเลิกข้อความในข้อ 26.6 แห่งประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พุทธศักราช 2548 และใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
ข้อ 26.6
นิสิตที่สมควรได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับปริญญาหรืออนุปริญญาจะต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติที่ไม่ขัดต่อระเบียบของมหาวิทยาลัยและวินัยของนิสิต
และนิสิตจะต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
จึงได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอเข้ารับพระราชทานปริญญาหรืออนุปริญญาได้
ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดี
ประกาศ ณ
วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2548
ลงนาม อำพล เสนาณรงค์
(นายอำพล
เสนาณรงค์)
นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์