คำถาม-คำตอบ
ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม GPA เท่านั้น (ตามข้อบังคับข้อ 13.5.41)
ไม่ได้ (ตามข้อบังคับข้อ 13.5.1)
ถ้ามี F อยู่จะจบการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่วิชาที่ได้ F เป็นเลือกเสรี จะไม่แก้ F ก็ได้แต่ต้องเอารายวิชาอื่นที่หน่วยกิตเท่ากันมาทดแทน (ตามข้อบังคับข้อ 26.2)
ไม่จบ ต้องได้ 1.995 หลังทศนิยมตำแหน่งที่ 3 ถ้าตั้งแต่ 5 จะปัดขึ้นเป็น 2.00 (แนวปฏิบัติที่กำหนดไว้)
ขอจบได้ แต่ไม่มีสิทธิเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร (ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงวันที่ 22 กันยายน 2548)
ให้นับทุกภาคการศึกษาไม่ว่าจะลงทะเบียนเรียนหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นเมื่อครบ 8 ปีแล้ว ก็พ้นสภาพนิสิต ยกเว้นลงทะเบียน summer และจบเลยก็จบภาคฤดูร้อนได้ (ตามข้อบังคับข้อ 25.4.9)
ไม่มีสิทธิได้เกียรตินิยม แต่เรียน summer ในช่วงปี 1 - 3 มีสิทธิ (ตามข้อบังคับข้อ 27.1.5)
ไม่ได้ ถ้ามีการ Regrade หรือลง audit และลงเรียนใหม่เป็น credit ไม่มีสิทธิได้เกียรตินิยม (ตามข้อบังคับข้อ 27.1.2 และ 27.1.3)
ไม่ได้ จะให้ตามชื่อ – นามสกุล ขณะที่เรียนอยู่ ให้ใช้ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุลแนบ เมื่อเอาไปใช้
ขอได้ แต่จะได้เป็นใบแทน ไม่มีลายเซ็นจริง
มีสิทธิ์ แต่ขึ้นอยู่กับคณะที่จะย้ายเข้าซึ่งต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะด้วย (ตามข้อบังคับข้อ 16.1.2)
ไม่ได้ ต้องเรียนในคณะใหม่อย่างน้อย 4 ภาคการศึกษาปกติ ยกเว้นย้ายกลับคณะเดิมไม่ต้อง 4 ภาคการศึกษา ก็ได้ (ตามข้อบังคับข้อ 16.1.4)
ได้ โดยอาจจะจัดทำเป็นประกาศภายในของคณะ (ตามข้อบังคับข้อ 9.2)
ไม่ต้อง อาจารย์ที่ปรึกษาอนุญาตได้เลย (ตามข้อบังคับข้อ 9.3)
ขึ้นอยู่กับคณะ เพราะถ้ามีนิสิตน้อยกว่า 6 คน คณบดีมีสิทธิ์ปิดได้ (ตามข้อบังคับข้อ 9.7)
ขอคืนได้ เพราะถือว่าการลงทะเบียนเรียนไม่มีผล แต่ ณ วันที่ชำระเงิน ผลการเรียนออกครบแล้ว ถือว่าทราบผลการเรียนแล้ว จะขอเงินคืนไม่ได้ (ตามข้อบังคับข้อ 9.6)
ไม่ได้ (เป็นมติที่ประชุมคณบดี ยกเว้นคณะสัตวแพทยศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ เลข 5 ถือว่าเป็นปริญญาตรี) แต่ถ้าลงทะเบียนเรียนเป็น audit สามารถลงได้
ไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนรหัสวิชาใหม่ สามารถลงได้ (มติที่ประชุมคณบดี)
ไม่ปรากฎ W เพราะระเบียบระบุเฉพาะภาคปกติ (ตามข้อบังคับข้อ 10.2)
ไม่ต้อง (ตามข้อบังคับข้อ 12.2.2)
ได้ การวัดผลขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน (ตามข้อบังคับข้อ 12.2.2)
อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้อนุมัติ เพราะอนุมัติได้ไม่เกิน 15 วัน ถ้าเกินเป็นอำนาจคณบดี โดยหัวหน้าภาควิชาเห็นชอบด้วย (ตามข้อบังคับข้อ 22.1)
ถ้าป่วยเล็กน้อย หรือต้องเข้าโรงพยาบาล แนะนำให้ขอสอบชดใช้จะดีกว่า เพราะอาจขยายเวลาการสอบออกไปได้จนกว่าจะหาย และเป็นอำนาจของอาจารย์ประจำวิชา ถ้าลาพักการศึกษาต้องลงทะเบียนใหม่หมด (ตามข้อบังคับข้อ 12.3.4)
คณบดีมีอำนาจพิจารณาเป็นกรณีไป (ตามข้อบังคับข้อ 23.2)
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้สอนว่าจะอนุญาตหรือไม่ (ตามข้อบังคับข้อ 12.3.4)
ผู้สอนมีสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาตให้ drop ถ้าอนุญาตไปแล้ว ผลการสอบสวนปรากฏว่าทุจริตจริง วิชาที่ให้ drop ไป จะถูกปรับเป็น F ไปด้วย (ตามข้อบังคับข้อ 12.3.5)
ถ้านิสิตมีคำร้องถึงอาจารย์ก่อนกรอกคะแนนว่าขอสอบชดใช้ ก็ยังไม่ต้องกรอกเกรด ให้ทำเครื่องหมาย – ในช่องเกรด และหมายเหตุว่าขอสอบชดใช้ ถ้าไม่มีหลักฐานให้ส่งเป็น F ขาดสอบ
ไม่ต้องทำอะไร เพราะนิสิตจะต้องทำคำร้องขอแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดเอง เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว วิชาที่เรียนจริง หมู่ที่เข้าเรียนจริง จะส่งคะแนนจริงมา สำนักทะเบียนและประมวลผล จะแก้คะแนน F ให้เอง
ไม่ได้ เพราะ I ให้ได้กรณีวิชานั้นมีงานเพิ่มเติม แต่นิสิตไม่ส่งงานจึงจะให้ I ได้ บางครั้งนิสิตตั้งใจไปเรียนที่อื่นอยู่แล้วจะไม่มาติดต่ออีกเลย คะแนน I จะติดค้างอยู่ (ตามข้อบังคับข้อ 13.2.2)
นิสิตต้องยื่นคำร้องขอแก้ I ล่าช้า โดยผู้สอนเห็นชอบและคณบดีอนุมัติ (ตามข้อบังคับข้อ 13.4)
ไม่ได้ ยกเว้นถูกคัดชื่อออก เพราะ GPA ต่ำกว่าเกณฑ์ (retire) ขอเทียบได้ หรือเป็นโครงการภาคพิเศษที่ โครงการนั้นระบุไว้ว่ามีการเทียบรายวิชาได้ (ตามข้อบังคับข้อ 19.1)
ไม่ได้ (ตามข้อบังคับข้อ 20.1)
ไม่ต้องเรียนอีก แต่ F ที่ได้ ให้เอามาคิด GPA ด้วย (ตามข้อบังคับข้อ 15.3.1)
ยังใช้อยู่ แต่ให้อำนาจผู้สอนไว้ถ้าจะไม่เช็คเวลาเรียน โดยอนุญาตให้นิสิตมีสิทธิสอบได้ ส่วนรายวิชาใดจะเช็คเวลาเรียน เมื่อใครไม่มีสิทธิสอบต้องแจ้งให้นิสิตทราบก่อนสอบ (ตามข้อบังคับข้อ 12.1.2)
ถ้าจะเอารายวิชาไปเรียนนั้นมาเทียบกับรายวิชาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเรียนนั้น ไม่ได้ จะต้องเป็นนิสิตปีสุดท้ายที่จะจบการศึกษา และวิชานั้น ๆ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่เปิดสอน (ตามข้อบังคับข้อ 21.2.2)
รายวิชาที่ไปเรียนที่สถาบันอื่น เกรดจะเป็น PASS กับ NOT PASS ไม่นำมาคิด GPA (ตามข้อบังคับข้อ 21.3)
ยังไม่พ้นสภาพ เพราะจะยกเว้นภาคแรกไว้ให้ แต่ผลการเรียนภาค 1 บวกภาค 2 มี GPA ตลอดปีต่ำกว่า 1.50 จะถูกคัดชื่อออก (ตามข้อบังคับข้อ 25.4.10)
จะถูกคัดชื่อออก เพราะ GPA ต่ำกว่า 1.75 สองครั้งติดต่อกัน ถ้าสิ้นสุดปี 3 ภาคต้น GPA ได้ 1.75 พอดีก็จะอยู่ต่อได้ เพราะไม่ติดต่อกัน 2 ภาคการศึกษา (ตามข้อบังคับข้อ 25.4.11)
ไม่ได้ ยกเว้นปีสุดท้ายของหลักสูตร และจะจบการศึกษา โดยขออนุมัติจากรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเป็นกรณีไป (ตามข้อบังคับข้อ 10.5.1)
ได้ (ตามข้อบังคับข้อ 10.5.2)
ณิตศาสตร์ 112 ได้ C ตามปกติไม่โมฆะ แต่คณิตศาสตร์ 111 ที่ได้ F ต้องเรียนใหม่ คะแนน F ของคณิตศาสตร์ 111 เอามาคิด GPA ด้วย (ตามข้อบังคับข้อ 10.5.2)
ข้อบังคับปี 2548 ไม่ต้อง drop เคมี 113 (ปฏิบัติการ) ก็ได้ เพราะคณบดีผ่อนผันได้ และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการได้อนุมัติเป็นหลักการไว้แล้วกับวิชาลักษณะที่วิชาบรรยายกับปฏิบัติการต้องเรียนคู่กัน (ตามข้อบังคับข้อ 10.5.3)

